โครงการของคุณอยู่ในโมเดลไหน — และใช่แบบที่เหมาะที่สุดหรือยัง?
โมเดล A: รับเหมา
ผู้รับเหมาเหมางานทั้งหมดจากแบบที่มีอยู่ เจ้าของไม่ต้องจัดการมาก แต่อาจคุมต้นทุนและคุณภาพได้น้อย
โมเดล B: แยกออกแบบและก่อสร้าง
เจ้าของจ้างผู้ออกแบบแยกจากผู้รับเหมา ช่วยให้ควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น แต่ต้องประสานหลายฝ่ายเอง
โมเดล C: Preconstruction (PreCon)
วางกลยุทธ์ ต้นทุน วัสดุ และขั้นตอนก่อนสร้างจริง ลดความเสี่ยง บานปลาย และรองรับ Lean + Compliance
Design-Bid-Build
โมเดล B : แยกผู้ออกแบบและผู้รับเหมา
เจ้าของจ้างผู้ออกแบบก่อน และเปิดประมูลหาผู้รับเหมาหลังแบบเสร็จ
โมเดลแยกจ้างผู้ออกแบบและผู้รับเหมา มีจุดเด่นด้านการวางแผนล่วงหน้าและความโปร่งใส โดยเจ้าของสามารถกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ของโครงการได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการปฏิบัติงานจริงยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของเอกสาร และระบบประสานงานระหว่างฝ่ายออกแบบกับฝ่ายก่อสร้าง ซึ่งหากขาดการจัดการที่ดี อาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือการตัดสินใจล่าช้า ส่งผลต่อความ Lean ของโครงการโดยรวม
ในหลายโครงการที่เราเคยร่วมงานซึ่งใช้โมเดล Design-Bid-Build เจ้าของมักมั่นใจได้ในเรื่องความโปร่งใสและการควบคุมแบบเอง แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการสื่อสารระหว่างผู้ออกแบบกับผู้รับเหมา เพราะถ้าไม่ชัดเจนตั้งแต่ต้น อาจส่งผลต่อคุณภาพหรือระยะเวลาก่อสร้างได้
Tanasaphong Ruaengtim
CO-founder
Design-Bid-Build เหมาะกับเจ้าของที่ต้องการคุมคุณภาพและขั้นตอนการประมูล แต่ถ้าโครงการมีความซับซ้อน หรือเป้าหมายเรื่องความ Lean ชัดเจน การเตรียมข้อมูลและการประสานงานล่วงหน้าจะมีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพของโมเดลนี้
Chainarong Sukumprasertsri
CO-founder
บริการที่แนะนำสำหรับโมเดล B
แยกผู้ออกแบบและผู้รับเหมา
แยกผู้ออกแบบและผู้รับเหมา
Lean Design (เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด)
วิเคราะห์โครงสร้าง, ระบบ, และสเปควัสดุเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรม โดยใช้ทรัพยากรน้อยลง เช่น
ปรับรูปตัดหรือแนวรับน้ำหนักให้ใช้เหล็ก/คอนกรีตน้อยลง
คำนวณใหม่ให้วัสดุแต่ละส่วนรับแรงอย่างสมดุล
ลดโครงสร้างซ้ำซ้อน แต่ยังแข็งแรงตามโค้ด
ปรับรูปตัดหรือแนวรับน้ำหนักให้ใช้เหล็ก/คอนกรีตน้อยลง
คำนวณใหม่ให้วัสดุแต่ละส่วนรับแรงอย่างสมดุล
ลดโครงสร้างซ้ำซ้อน แต่ยังแข็งแรงตามโค้ด
Lean Design (โดยไม่แก้ไขรูปแบบสถาปัตยกรรมเดิม)
ใช้หลักวิศวกรรมในการปรับเปลี่ยนเฉพาะ “ระบบภายใน” เช่น โครงสร้างรับน้ำหนัก, วัสดุ, หรือการเดินระบบ โดยยังคง "หน้าตา" และภูมิทัศน์ทางสถาปัตยกรรมเดิมไว้ เช่น
หาวัสดุใหม่ที่เบากว่าแต่แข็งแรงเท่ากัน
ปรับขนาดโครงสร้างภายในที่มองไม่เห็น
วางตำแหน่งระบบงานให้ซ่อนในแนวเส้นเดิมของสถาปนิก
หาวัสดุใหม่ที่เบากว่าแต่แข็งแรงเท่ากัน
ปรับขนาดโครงสร้างภายในที่มองไม่เห็น
วางตำแหน่งระบบงานให้ซ่อนในแนวเส้นเดิมของสถาปนิก
Lean Material
เลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติเสมอหรือดีกว่า แต่ต้นทุนหรือการติดตั้งเหมาะสมกว่า เช่น
ใช้เหล็กกล่องแทนเหล็กรูปพรรณขนาดใหญ่
แนะนำวัสดุที่ตัดหน้างานน้อยลง
จัดโซนวัสดุให้ตรงกับลำดับงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการขนย้ายซ้ำ
ใช้เหล็กกล่องแทนเหล็กรูปพรรณขนาดใหญ่
แนะนำวัสดุที่ตัดหน้างานน้อยลง
จัดโซนวัสดุให้ตรงกับลำดับงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการขนย้ายซ้ำ